นโยบายรูปแบบการเรียนรู้และความต้องการจำเพาะ

คำแถลงนโยบาย: Oxford School of English มุ่งสนับสนุนให้นักเรียนทุกคนพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้เรียนที่มีประสิทธิภาพและมีความเป็นอิสระ เพื่อให้บรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเอง เรามีการช่วยเหลือนักเรียนที่มีรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน และยินดีต้อนรับนักเรียนที่มีความต้องการจำเพาะทุกรูปแบบ เป้าหมายของเราคือสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจและความเคารพในห้องเรียน และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่กลมกลืนและครอบคลุม ซึ่งนักเรียนที่มีความต้องการจำเพาะสามารถเรียนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ได้ โดยแทบไม่ต้องแยกการจัดการออกมาต่างหาก

 

คำจำกัดความของผู้เรียนที่มีความต้องการจำเพาะ

ผู้เรียนจะถือว่ามีความต้องการจำเพาะ เมื่อความต้องการด้านการเรียนรู้ อารมณ์ พฤติกรรม หรือร่างกาย ของพวกเขาแตกต่างจากผู้เรียนส่วนใหญ่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญ

Oxford School of English พยายามรองรับและจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนที่มีภาวะ dyslexia, dyseidetic (visual) dyslexia, dyspraxia, ADHD (Attention Deficit Hyperactive Disorder), OCD (Obsessive Compulsive Disorder), Autism และ Asperger’s Syndrome

จากจำนวนประชากรนักเรียนของโรงเรียน เราเคยมีผู้เรียนที่มีภาวะ dyslexia ระดับเล็กน้อย ภาวะขาดสมาธิ (สมาธิสั้น/ซน) ระดับต่ำ ปัญหาด้านการพูดและภาษาเล็กน้อย และมีความบกพร่องทางการมองเห็นเล็กน้อย

Oxford School of English รับรองว่าผู้เรียนจะได้รับการสอนที่เหมาะสมตามความต้องการที่ประเมินได้ และมีการทบทวนความก้าวหน้าของผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ ผู้เรียนจะได้รับการส่งเสริมให้นำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านี้ Oxford School of English มุ่งที่จะ:

  • ระบุให้ได้เร็วที่สุดว่ามีผู้เรียนคนใดบ้างที่อาจมีความต้องการจำเพาะ

  • ทำให้บุคลากรทุกคนคุ้นเคยกับนโยบายรูปแบบการเรียนรู้และความต้องการจำเพาะ และตระหนักถึงบทบาทของตนในการนำนโยบายไปปฏิบัติ

  • ทำให้บุคลากรทุกคนในโรงเรียนตระหนักถึงผู้เรียนที่มีความต้องการจำเพาะ และให้ครูมีข้อมูลที่เหมาะสม รวมถึงลักษณะของความยากลำบากด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อที่จะสามารถสนับสนุนความต้องการของพวกเขาในห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเสริมแนวทางคำแนะนำที่มีอยู่แล้ว

  • ทำให้ผู้เรียนได้รับการสอนแบบปรับให้เหมาะสม (differentiated teaching) ตามแผนการเรียนที่ตกลงร่วมกัน ซึ่งออกแบบให้เฉพาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล

  • จัดอบรมหรือให้คำแนะนำแก่บุคลากรทั้งโรงเรียนเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเพาะและความต้องการด้านการเรียนรู้ เมื่อมีความจำเป็น

  • เข้าถึงผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกอบรมด้านความต้องการจำเพาะ หรือจัดการอบรมภายในและฝึกทักษะให้กับบุคลากร เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาอัปเดตความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการด้านความต้องการจำเพาะอยู่เสมอ

  • ขยายการสนับสนุนไปยังผู้เรียนที่อาจได้รับประโยชน์จากการเรียนแบบตัวต่อตัวกับผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะมีความต้องการจำเพาะหรือไม่ก็ตาม และทบทวนประสิทธิภาพของแผนการเรียนของผู้เรียนแต่ละคนเป็นประจำตามความเหมาะสม

คำแนะนำทั่วไปสามารถดูได้จากแฟ้ม Learners with Specific Needs ในห้องพักครู

 

การรับสมัคร

ทางโรงเรียนอาศัยการแจ้งข้อมูลล่วงหน้าจากเอเจนต์ ผู้เรียน และในบางกรณีคือผู้ปกครอง เพื่อเปิดเผยข้อมูลด้านความพิการ/ความยากลำบากในการเรียนรู้ต่อโรงเรียนก่อนยื่นสมัครเข้าเรียน และเพื่อส่งต่อรายงานการประเมินที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประวัติการได้รับการช่วยเหลือด้านการเรียน ถ้ามี

ผู้เรียนส่วนใหญ่จะมาถึงโรงเรียนโดยที่เรายังไม่ทราบว่ามีความต้องการจำเพาะหรือไม่ ผู้เรียนจะแจ้งให้เราทราบเมื่อมาถึง หรือผ่านแบบสอบถามก่อนเริ่มคอร์ส ซึ่งมีคำถามว่าพวกเขามีความยากลำบากในการเรียนรู้หรือไม่ จากนั้นข้อมูลนี้จะถูกส่งต่อให้ครู และจะมีการจัดการช่วยเหลือที่เหมาะสมหากจำเป็น ในหลายกรณีผู้เรียนสามารถจัดการตนเองได้อย่างอิสระ

 

การระบุผู้เรียนที่มีความต้องการจำเพาะ

โดยปกติครูผู้สอนจะเป็นผู้ส่งต่อผู้เรียนที่สงสัยว่าอาจมีความต้องการจำเพาะ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีความกังวลเกี่ยวกับผลงานในชั้นเรียนหรือผลการสอบ จะมีการนัดหมายประชุมเพื่อประเมินข้อกังวลดังกล่าว และพิจารณาว่าผู้เรียนต้องการหรืออยากได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่

ผู้เรียนแต่ละคนที่ถูกระบุว่ามีความต้องการจำเพาะจะมีแฟ้มประวัติ ซึ่งบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของความต้องการจำเพาะของเขา/เธอ และกลยุทธ์การช่วยเหลือที่แนะนำ และ/หรือการจัดการสอบที่ได้จัดไว้ แฟ้มนี้จะถูกส่งต่อให้ครูคนถัดไปของผู้เรียนนั้น

 

โครงการสนับสนุน

ผู้เรียนทุกคนที่มีความต้องการจำเพาะจะได้รับข้อเสนอให้เข้าร่วมโครงการสนับสนุน ซึ่งจัดเตรียมโดยครูผู้สอนร่วมกับ DoS และหากเป็นไปได้ โดยครูผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
บทเรียนอาจถูกจัดให้เป็นแบบตัวต่อตัวในช่วงเวลาที่สะดวกทั้งสองฝ่ายระหว่างคอร์สของผู้เรียน และจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ดึงผู้เรียนออกจากบทเรียนปกติ
อย่างไรก็ตาม ภายในบทเรียนปกติก็มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะตอบสนองต่อความต้องการเร่งด่วนของผู้เรียนได้
ครูได้รับการสนับสนุนให้จัดบทเรียนให้ใช้ประสาทสัมผัสหลายด้าน มีโครงสร้างชัดเจน และสอนอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับขั้น เพื่อช่วยฝึกทักษะ โดยเน้นการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับผู้เรียน เป้าหมายคือพัฒนาความสามารถในการถ่ายโอนทักษะไปใช้ในห้องเรียนและการเรียนรู้อย่างอิสระ กลยุทธ์อื่น ๆ เช่น การให้สื่อประกอบบทเรียนล่วงหน้าเพื่อให้อ่านก่อนเข้าชั้นเรียน การให้เวลาเพิ่มในการทำแบบทดสอบ การให้โอกาสทบทวนหรือเรียนซ้ำกับครูหากจำเป็น การสนับสนุนพิเศษด้านการอ่านและการเขียน การถ่ายเอกสารสื่อบทเรียนให้มีขนาดตัวอักษรใหญ่ขึ้นสำหรับผู้ที่มีภาวะ dyslexia เป็นต้น ครูสามารถอ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติมได้จากแฟ้ม Specific Needs ในห้องพักครู

บทเรียนยังครอบคลุมถึงผู้เรียนที่ต้องการพัฒนาทักษะเพิ่มเติมในด้านต่าง ๆ เช่น เทคนิคการทำข้อสอบ ทักษะการเรียน และการอ่านเพื่อจับใจความ
บทเรียนทั้งหมดควรมีการปรับระดับให้รองรับทั้งผู้เรียนที่เรียนช้ากว่าและเร็วกว่าอยู่แล้ว ครูจะเตรียมสื่อเพิ่มเติมในรูปแบบที่หลากหลายสำหรับผู้เรียนที่มีรูปแบบการเรียนรู้แตกต่างกัน ใบงานและการบ้านแบบปรับระดับ (differentiated worksheets and homework) ก็เป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานเช่นกัน

Scroll to Top