นโยบายสวัสดิการทั่วไป

วัตถุประสงค์

ที่ Oxford School of English เราเชื่อว่า สิ่งสำคัญคือการทำให้มั่นใจว่านักเรียนทุกคนจะได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุก มีประโยชน์ และได้ผลจริง ระหว่างที่นักเรียนอยู่ที่ออกซ์ฟอร์ด พวกเขาควรรู้สึกสบายใจตลอดเวลา และสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือและการดูแลได้เต็มที่ทุกครั้งที่ต้องการ นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายประเภทของสวัสดิการต่างๆ ที่นักเรียนผู้ใหญ่ (adult students) อาจต้องการ และวิธีที่เราดูแลช่วยเหลือพวกเขา

หลักการของเรา

  • ความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวมของนักเรียนเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เราเชื่อว่าเมื่อนักเรียนมีความสุข ผลการเรียนของพวกเขาก็จะดีขึ้นไปด้วย และเมื่อทั้งสองอย่างนี้มารวมกัน ก็จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง และพัฒนาการในฐานะปัจเจกบุคคล
  • นักเรียนทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับสภาพแวดล้อมการเรียนที่ปลอดภัยและมั่นคง ไม่ว่าจะมีอายุ เพศ ความพิการ เชื้อชาติ ศาสนา รสนิยมทางเพศ ภาษา สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม หรือรูปลักษณ์ภายนอกอย่างไรก็ตาม
  • สมาชิกบุคลากร นักเรียน และตัวแทนของ Oxford School of English ทุกคนร่วมมือกันสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ซึ่งไม่ยอมรับการกลั่นแกล้งหรือการคุกคามในทุกรูปแบบ
  • นักเรียนควรรู้สึกสบายใจที่จะขอคำแนะนำในทุกเรื่อง และรู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนและบุคลากรของโรงเรียน

การต่อต้านการกลั่นแกล้งและการคุกคาม (Anti-Bullying and Harassment)

บทนำ

การกลั่นแกล้ง (Bullying) และการคุกคาม (Harassment) เป็นปัญหาร้ายแรงที่อาจสร้างความไม่สบายใจและความทุกข์ทรมานอย่างมากให้กับบุคคลที่ถูกกระทำ ปัญหานี้เกิดขึ้นจริงในห้องเรียนหลายแห่ง ในสถานที่ทำงาน รวมถึงที่บ้านและบนโลกออนไลน์ เป้าหมายของเราคือป้องกันการกลั่นแกล้งและการคุกคามก่อนที่จะเกิดขึ้น โดยการส่งเสริมให้นักเรียนและทีมงานของเราช่วยกันสร้างบรรยากาศที่มีความไว้วางใจและเคารพซึ่งกันและกัน Oxford School of English มีแนวปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่าสมาชิกบุคลากร นักเรียน ครอบครัวโฮมสเตย์ และตัวแทนของโรงเรียนทุกคนรู้สึกปลอดภัย และปราศจากการกลั่นแกล้งหรือการคุกคามในทุกรูปแบบ

คำจำกัดความของการกลั่นแกล้งและการคุกคาม

การกลั่นแกล้ง คือการทำให้เหยื่อรู้สึกไม่สบายใจหรือถูกคุกคาม ผ่านพฤติกรรมที่ข่มขู่ ไม่ยุติธรรม เสียดสี ใช้กำลัง ตั้งใจทำร้าย หรือโมโหรุนแรง

การคุกคาม คือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่ได้รับการร้องขอ และผู้ถูกกระทำรู้สึกว่าไม่อาจยอมรับได้ พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้ผู้ถูกกระทำเครียดและรู้สึกไม่สบายใจ

ตัวอย่างประเภทของการกลั่นแกล้งและการคุกคาม มีดังต่อไปนี้:

  • การกลั่นแกล้งทางร่างกาย – (การทำร้ายร่างกายผู้อื่น เช่น ตี เตะ ชก ตบ)
  • การกลั่นแกล้งทางวาจา – (พูดจาทำร้ายจิตใจโดยตั้งใจให้ผู้ฟังเสียใจ เช่น ด่าว่า ตั้งใจข่มขู่)
  • การกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต (Cyber Bullying) – (ใช้ข้อความทางโทรศัพท์ อีเมล อินเทอร์เน็ต หรือโซเชียลมีเดีย เพื่อทำให้ผู้อื่นรู้สึกถูกดูหมิ่นหรือไม่สบายใจ)
  • การกลั่นแกล้งทางสังคม – (พฤติกรรมทางสังคมที่ก้าวร้าวและเกิดซ้ำ เช่น ปล่อยข่าวลือ หรือจงใจไม่สนใจ/แยกออกจากกลุ่ม)
  • การสะกดรอย/ตามตื๊อ (Stalking) – (การให้ความสนใจที่ไม่เป็นที่ต้องการหรือหมกมุ่นมากเกินไป เช่น เฝ้าดูหรือตามไปทุกที่)
  • การคุกคามทางเพศ – (การข่มขู่หรือบังคับในเชิงเพศ เช่น การเสนอหรือเรียกร้องผลประโยชน์ทางเพศโดยไม่ได้รับการยินยอม)
  • การคุกคามทางเชื้อชาติ – (พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ โดยมีพื้นฐานจากเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ หรือสัญชาติ เช่น การขู่ หรือด่าทอโดยอ้างอิงสีผิว)
  • การคุกคามทางศาสนา – (พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์โดยมีพื้นฐานจากความเชื่อหรือการปฏิบัติทางศาสนา เช่น ล้อเลียนการแต่งกายทางศาสนา หรือแสดงทัศนคติที่ดูถูกศาสนาใดศาสนาหนึ่ง)
  • การคุกคามผู้พิการ – (คำพูดหรือท่าทางที่ทำให้ผู้พิการรู้สึกหวาดกลัวหรือไม่ปลอดภัย เช่น อ้างอิงถึงความพิการอย่างไม่เหมาะสม)
  • การคุกคามเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศ – (พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์โดยมีพื้นฐานจากรสนิยมทางเพศของบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นรสนิยมที่แท้จริงหรือถูกคาดเดา เช่น ด่าว่า ตราหน้า หรือแสดงความเห็นเหยียดหยาม)

การกลั่นแกล้งและการคุกคามอาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว หรือเกิดขึ้นซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน และอาจเกิดจากบุคคลคนเดียวหรือจากกลุ่มคนก็ได้

การสร้างความตระหนักรู้

ที่ Oxford School of English เราส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาการกลั่นแกล้งและการคุกคาม เพราะเราเชื่อว่าความรู้และความเข้าใจจะช่วยลดโอกาสการเกิดเหตุเหล่านี้ เราให้ข้อมูลแก่นักเรียนเกี่ยวกับประเภทและสัญญาณเตือนที่อาจเจอได้ นอกจากนี้ เรายังให้ข้อมูลกับบุคลากรและตัวแทนของโรงเรียนผ่านคู่มือพนักงาน (Employee Handbook) และเจ้าหน้าที่สวัสดิการ (Welfare Officer) หรือครูใหญ่ (Principal) ก็พร้อมให้คำตอบทุกคำถามเสมอ

การสังเกตเห็นการกลั่นแกล้ง

สัญญาณต่อไปนี้อาจบอกได้ว่านักเรียนคนหนึ่งกำลังถูกกลั่นแกล้งหรือคุกคาม แม้ไม่มีสัญญาณใดบ่งบอกได้อย่างแน่ชัด 100% แต่สัญญาณเตือนเหล่านี้สามารถใช้เป็นแนวทางให้บุคลากรและตัวแทนของโรงเรียนสังเกตความเปลี่ยนแปลงในรูปลักษณ์หรือพฤติกรรม ซึ่งอาจสะท้อนว่ามีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น

ตัวอย่างเช่น นักเรียนที่

  • ของใช้ส่วนตัวหายหรือถูกทำลายอยู่บ่อยๆ
  • ดูอ่อนเพลียมากและหิวเพราะไม่กินอาหารกลางวัน
  • กลัวการมาโรงเรียน แกล้งป่วยทุกเช้า หรือโดดเรียน
  • ผลการเรียนตกลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ขอหรือขโมยเงิน (เพื่อนำไปจ่ายให้ใครบางคน)
  • มีอาการประหม่า สูญเสียความมั่นใจ หรือดูทุกข์ใจ
  • หยุดกินข้าวหรือนอนไม่หลับ

ความรับผิดชอบของบุคลากรและนักเรียน

  • การกลั่นแกล้งและการคุกคามเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้อย่างสิ้นเชิงที่ Oxford School of English การสร้างสภาพแวดล้อมที่เท่าเทียมกันเป็นหน้าที่ของทุกคน
  • บุคลากรทุกคน นักเรียน และตัวแทนของโรงเรียนต้องรู้เท่าทัน และทำความเข้าใจประเภทและสัญญาณของการกลั่นแกล้งและการคุกคาม และทุกคนต้องพร้อมลงมือหยุดการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้อื่นทันที
  • หากพบเห็นสัญญาณของการกลั่นแกล้งหรือการคุกคาม ต้องไม่เพิกเฉยหรือปิดบัง หากเมินเฉย จะถือว่าเป็นการยอมรับการกระทำนั้น และโรงเรียนจะใช้มาตรการทางวินัยที่เหมาะสม
  • เจ้าหน้าที่สวัสดิการ (Welfare Officer) เป็นจุดติดต่อหลักสำหรับข้อกังวลหรือความคิดเห็นทุกอย่าง หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับสวัสดิการของนักเรียน หรือตรวจพบเห็นการกลั่นแกล้งหรือการคุกคามที่เกิดกับผู้อื่น จะต้องรายงานทันที และเจ้าหน้าที่สวัสดิการจะเริ่มการสอบสวนในทันที
  • ควรสนับสนุนให้นักเรียนได้ทำความรู้จักและใช้เวลากับเพื่อนที่ต่างวัย ต่างเพศ ต่างประเทศ วัฒนธรรม และศาสนา เพื่อช่วยลดโอกาสการกลั่นแกล้งและการคุกคามระหว่างเพื่อน
  • บุคลากรและตัวแทนของโรงเรียนทุกคนควรพร้อมทำหน้าที่เป็นพยาน หากมีการสอบสวน
  • ข้อกังวลทุกอย่างเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งและการคุกคามจะถูกจัดการอย่างเป็นความลับ และข้อมูลใดๆ ที่บันทึกไว้จะถูกจัดเก็บตามข้อกำหนดของ Data Protection Act
  • เจ้าหน้าที่สวัสดิการจะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตำรวจ หากมีความจำเป็น

ขั้นตอนการรายงานและการติดตามผล

นักเรียนกับนักเรียน

  • หากบุคลากรสงสัยว่ามีการกลั่นแกล้งหรือการคุกคามเกิดขึ้นระหว่างนักเรียน ต้องรายงานให้เจ้าหน้าที่สวัสดิการทราบทันที
  • นักเรียนที่กำลังถูกกลั่นแกล้งหรือถูกคุกคามสามารถเข้าพูดคุยกับบุคลากรคนใดก็ได้เพื่อแจ้งปัญหา เหตุการณ์ทุกครั้งจะถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่สวัสดิการ ดังนั้นนักเรียนจะต้องได้รับการแจ้งให้ทราบด้วย ว่าจะมีการรายงานต่อ เจ้าตัวก็สามารถเข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สวัสดิการโดยตรงได้เช่นกัน
  • เจ้าหน้าที่สวัสดิการจะดำเนินการทันที และเริ่มการสอบสวน หากเป็นเรื่องเล็กน้อย จะพูดคุยกับผู้ถูกกระทำก่อน แล้วจึงคุยกับผู้กระทำ ทุกอย่างที่พูดคุยกันจะถูกบันทึกไว้ ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
  • นักเรียนจะได้รับการสนับสนุนให้พยายามแก้ไขปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ร่วมกันกับเพื่อน หากทั้งสองฝ่ายยินยอม อาจนัดประชุมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สวัสดิการเพื่อให้ได้คุยกันต่อหน้า โดยมีการช่วยไกล่เกลี่ย
  • หากมีเหตุการณ์ที่ร้ายแรง Oxford School of English จะระงับการเรียนของนักเรียนผู้กระทำในทันที เจ้าหน้าที่สวัสดิการจะสอบสวนอย่างละเอียด และหารือกับครูใหญ่ เพื่อพิจารณาอนาคตของผู้กระทำที่โรงเรียน หากข้อร้องเรียนได้รับการยืนยัน นักเรียนจะถูกไล่ออก
  • การสอบสวนทุกกรณีจะดำเนินไปอย่างระมัดระวังและให้ความรู้สึกปลอดภัย หากนักเรียนรู้สึกไม่มั่นใจหรือไม่สบายใจระหว่างการสอบสวน เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อบรรเทาความกังวล อาจมีการจัด “ทางออกชั่วคราว” เช่น การย้ายห้องเรียนหรือย้ายโฮมสเตย์ หากจำเป็น
  • เหตุการณ์และผลการดำเนินการทุกอย่างจะถูกบันทึกโดยเจ้าหน้าที่สวัสดิการ ตามข้อกำหนดของ Data Protection Act

บุคลากรหรือตัวแทนของ Oxford School of English กับนักเรียน

  • หากมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งหรือการคุกคามที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรหรือตัวแทนของโรงเรียน จะต้องรายงานตรงต่อเจ้าหน้าที่สวัสดิการและครูใหญ่ หากครูใหญ่ไม่อยู่ เจ้าหน้าที่สวัสดิการจะหารือเรื่องร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่สวัสดิการคนอื่นๆ
  • ครูใหญ่จะเป็นผู้ดำเนินการสอบสวน บันทึกคำให้การของนักเรียน และสัมภาษณ์พยานทุกคน จากนั้นจึงคุยกับบุคลากรที่ถูกกล่าวหา
  • หากข้อร้องเรียนเป็นการกล่าวหาบุคลากร บุคลากรคนนั้นจะถูกพักงานระหว่างการสอบสวน เอกสารทั้งหมดจะถูกประเมินโดยครูใหญ่ หากพบว่าข้อร้องเรียนมีมูล บุคลากรคนนั้นจะถูกเลิกจ้าง และหากจำเป็น เรื่องจะถูกส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นักเรียนกับบุคลากรหรือตัวแทนของ Oxford School of English

  • ต้องไม่ลืมว่าการกลั่นแกล้งหรือการคุกคามอาจเกิดจากนักเรียนกระทำต่อตัวบุคลากรหรือตัวแทนของโรงเรียนได้เช่นกัน เช่นเดียวกับทุกกรณี ข้อกังวลทุกอย่างจะได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง และจะมีการสอบสวนทันที
  • หากบุคลากรรู้สึกถูกคุกคาม ให้ติดต่อหัวหน้าแผนกของตน หรือเข้าพบครูใหญ่โดยตรง
  • จะมีการสอบสวน โดยครูใหญ่จะบันทึกคำให้การของบุคลากรผู้ร้องเรียน สัมภาษณ์พยาน แล้วจึงพูดคุยกับนักเรียน หากเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ครูใหญ่จะตัดสินใจเลือกแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม
  • หากเป็นเรื่องร้ายแรง นักเรียนจะถูกพักการเรียนเป็นอันดับแรก หากข้อร้องเรียนได้รับการยืนยัน นักเรียนจะถูกไล่ออก และจะมีการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สวัสดิการทั่วไปของนักเรียน (โดยมุ่งเน้นเรื่อง Culture Shock)

Oxford School of English มีนักเรียนจากทั่วโลก เราเข้าใจดีว่าระหว่างที่เรียนกับเรา นักเรียนต้องอยู่ห่างจากบ้านและระบบสนับสนุนตามปกติ และกำลังเผชิญกับวัฒนธรรมและภาษาที่แตกต่างออกไป บางครั้งนักเรียนอาจมีอาการที่เรียกว่า “Culture Shock” หรืออาการช็อกจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม

Culture Shock มักเกิดขึ้นเมื่อคนเราย้ายออกจากวัฒนธรรมที่คุ้นเคยไปสู่วัฒนธรรมใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการนี้มีหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น:

  • ภาษา การเรียนรู้ภาษาใหม่เป็นเรื่องที่ใช้พลังเยอะมาก ไม่ว่านักเรียนจะมีพื้นฐานดีแค่ไหนก็ตาม ทั้งในและนอกห้องเรียน นักเรียนจะถูกห้อมล้อมด้วยภาษาอังกฤษอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการ “แช่ตัวในภาษา” แบบนี้ (immersion) เป็นประโยชน์มากต่อการพัฒนาภาษา แต่ก็ทำให้แทบไม่มีเวลาหยุดพัก นอกจากนี้ นักเรียนอาจรู้สึกเขินอาย ไม่สบายใจ หรือรู้สึกถูกกดดันเมื่อจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนที่ปลอดภัย ซึ่งอาจนำไปสู่การแยกตัวและความรู้สึกซึมเศร้า ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคอยจับตามองอย่างใกล้ชิด
  • สภาพอากาศ การปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศใหม่อาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะนักเรียนที่มาจากประเทศที่ร้อนกว่า หากมาเรียนช่วงฤดูหนาว อาจรู้สึกหดหู่เนื่องจากอากาศมืดครึ้ม ฝนตก และหนาวเย็น ซึ่งต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะชินกับอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป
  • อาหารและเครื่องดื่ม แต่ละประเทศมีอาหารและวิธีการทำอาหารเป็นของตัวเอง อาหารอังกฤษจะแตกต่างจากอาหารของหลายประเทศอย่างมาก และนักเรียนบางคนอาจรู้สึกว่าไม่ถูกปาก เครื่องดื่มส่วนใหญ่จะคล้ายกัน แต่อาจรสชาติต่างกันบ้าง บางคนอาจแปลกใจมากที่นี่สามารถดื่มน้ำจากก๊อกน้ำได้เกือบทุกที่
  • มารยาททางสังคม (Social Etiquette) พฤติกรรมทางสังคมของคนท้องถิ่นอาจไม่เหมือนกับสิ่งที่นักเรียนคุ้นเคยจากที่บ้าน หากอยู่ในเมืองหรือชุมชนใหญ่ นักเรียนอาจรู้สึกว่าคนรอบข้างหยาบคาย หรือทำให้ไม่สบายใจเพราะทุกคนดูรีบเร่ง ในทางกลับกัน คนท้องถิ่นบางคนอาจมองว่านักเรียนเป็นฝ่ายเสียมารยาท (เช่น การแซงคิว)
  • ค่านิยมและความเชื่อ ทุกประเทศมีชุดค่านิยมและความเชื่อของตัวเอง หลายอย่างอาจเหมือนกัน แต่บางอย่างก็เฉพาะเจาะจงมากในแต่ละวัฒนธรรม นักเรียนอาจรู้สึกไม่เข้าใจ หรือไม่สบายใจกับค่านิยมที่ต่างออกไปได้ สิ่งสำคัญคือ นักเรียนควรเรียนรู้ที่จะยอมรับและอดทนต่อค่านิยมและความเชื่อของผู้อื่น แม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม

ในการทำความเข้าใจเรื่อง Culture Shock มี 5 ระยะที่ควรรู้:

  1. ระยะฮันนีมูน (The Honeymoon Stage) นักเรียนมักจะรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งแวดล้อมใหม่ รู้สึกมีพลังที่ได้มาอยู่ในเมืองออกซ์ฟอร์ด มีความอยากรู้อยากเห็น และอยากออกไปสำรวจทุกอย่าง
  2. ระยะไม่สบายใจ (The Distress Stage) ความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของประเทศบ้านเกิดกับอังกฤษจะเริ่มชัดขึ้น สิ่งที่เคยรู้สึกว่าน่าตื่นเต้นและแปลกใหม่อาจเริ่มดูธรรมดา และนักเรียนอาจเริ่มคิดถึงครอบครัวและเพื่อนที่บ้านมากขึ้น
  3. ระยะต่อต้าน/อยากกลับบ้าน (Re-integration Stage) นักเรียนอาจเริ่มรู้สึกโกรธหรือหงุดหงิดง่าย ไม่แปลกที่บางครั้งจะเริ่มไม่ชอบอังกฤษหรือออกซ์ฟอร์ด และเริ่มมองว่าประเทศบ้านเกิด “สมบูรณ์แบบ” กว่า แม้จะดูเป็นด้านลบ แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่เป็นขั้นตอนสำคัญของการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่
  4. ระยะปรับตัว (Autonomy Stage) เป็นจุดเริ่มต้นของการยอมรับ นักเรียนจะเริ่มมองอังกฤษในแง่บวกมากขึ้น และเริ่มเปิดใจรับวัฒนธรรมใหม่
  5. ระยะเป็นอิสระ (Independence Stage) นักเรียนจะกลับมาเป็นตัวเองเหมือนเดิม รู้สึกสบายใจและมีความสุขกับการใช้ชีวิตในอังกฤษ

ด้วยความเข้าใจในแต่ละระยะเหล่านี้ Oxford School of English จะคอยสนับสนุนนักเรียนในทุกช่วงของ Culture Shock นักเรียนส่วนใหญ่จะค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในสหราชอาณาจักรได้ แต่บางคนอาจรู้สึกยากและติดอยู่ที่ระยะที่ 3 หากเป็นเช่นนั้น พวกเขาควรเข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สวัสดิการ เพื่อช่วยกันตัดสินใจว่าควรเดินหน้าต่อไปอย่างไร

ขั้นตอนเพื่อช่วยรับมือกับ Culture Shock

สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดเมื่อมีนักเรียนเดินทางมาถึงสหราชอาณาจักร คือการทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจกับสิ่งแวดล้อมใหม่ และรู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนจากบุคลากร นักเรียนคนอื่น ครอบครัวโฮมสเตย์ และตัวแทนของ Oxford School of English เรามีหลายวิธีช่วยลดโอกาสเกิด Culture Shock

การสนับสนุนจากบุคลากร (Staff Support)

  • ก่อนที่นักเรียนจะเดินทางมาถึงสหราชอาณาจักร เราแนะนำให้ติดต่อกับครอบครัวโฮมสเตย์ล่วงหน้า เพื่อจะได้เริ่มสร้างความคุ้นเคยกัน
  • เรายังแนะนำให้นักเรียนอ่านคู่มือแนะนำสหราชอาณาจักร ซึ่งสามารถดูได้พร้อมข้อมูลโฮมสเตย์ เอกสารนี้ช่วยให้พวกเขาเห็นภาพชีวิตในอังกฤษล่วงหน้า
  • นักเรียนทุกคนจะได้รับหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน 3 หมายเลข ที่สามารถโทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • วันแรกที่มาโรงเรียน นักเรียนจะเข้าร่วมการปฐมนิเทศ (induction) นำโดยครูใหญ่ พวกเขาจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเมืองออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ และโรงเรียน รวมทั้งคู่มือและสื่อการเรียน เราพยายามใส่ข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมอังกฤษให้มากที่สุด เช่น เรื่องอาหาร เครื่องดื่ม และมารยาททางสังคม คำถามส่วนใหญ่ที่นักเรียนอาจมีจะถูกกล่าวถึงในคู่มือนี้ และเวอร์ชันล่าสุดสามารถดูได้บนเว็บไซต์ของเราเสมอ
  • ในวันมาถึง นักเรียนทุกคนจะได้รับการดูแลเป็นรายบุคคลโดยผู้จัดการสำนักงาน (Office Managers) เพราะนักเรียนแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน เราจึงพยายามช่วยเหลือตามความจำเป็น เช่น บางคนอาจต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับกฎของวีซ่า หรืออาจจำเป็นต้องไปลงทะเบียนกับตำรวจ หากกฎหมายกำหนด นอกจากนี้ เรายังให้คำแนะนำได้ในหลายเรื่อง เช่น การเปิดบัญชีธนาคาร การดูแลสุขภาพและทันตกรรม การหาที่พักเอง หรือสถานที่ประกอบศาสนกิจ เป็นต้น รายการนี้ไม่ได้ครอบคลุมทุกเรื่อง และหากมีคำถามเพิ่มเติม ผู้จัดการสำนักงานจะพยายามหาคำตอบให้เร็วที่สุด
  • หากนักเรียนรู้สึกว่าบทเรียนยากเกินไป หรือไม่ท้าทายเท่าที่ควร พวกเขาสามารถพูดคุยกับครูประจำชั้น หรือกับ Director of Studies (DoS) หรือ Assistant Director of Studies ได้โดยตรง เรามีการพูดคุยระหว่างครูกับนักเรียนอย่างเป็นทางการทุกเดือน
  • สำหรับนักเรียนที่มีระดับภาษาอังกฤษค่อนข้างต่ำ เราเข้าใจว่าการเข้ามาคุยเรื่องปัญหากับโรงเรียนอาจดูน่ากังวล แต่บุคลากรของเรามีประสบการณ์ในการใช้ภาษาอังกฤษให้เหมาะกับระดับของนักเรียน หากเป็นผู้เริ่มต้นแบบไม่มีพื้นฐานเลย เรามีบุคลากรที่สามารถช่วยแปลได้ในหลายภาษา หากไม่มีบุคลากรที่พูดภาษานั้นๆ เราอาจขอให้เพื่อนนักเรียนช่วยแปล
  • Oxford School of English เชื่อว่ายิ่งนักเรียนเข้าเรียนสม่ำเสมอ พวกเขาก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีนโยบายการเข้าเรียน (Attendance Policy) ซึ่งผู้จัดการสำนักงานเป็นผู้ติดตาม เพราะถ้าไม่ค่อยมาเรียน นักเรียนอาจรู้สึกโดดเดี่ยวและตามเพื่อนไม่ทัน
  • เราสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมสังคมต่างๆ ที่โรงเรียนจัดร่วมกับผู้ให้บริการทัวร์ เพราะจะช่วยลดความเหงาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เที่ยวชมส่วนต่างๆ ของอังกฤษ

การสนับสนุนจากเพื่อน (Peer Support)

  • เราภูมิใจในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองของโรงเรียน ในวันแรก นักเรียนจะได้พบกับเพื่อนใหม่คนอื่นๆ และเราจะกระตุ้นให้ทุกคนลองคุยกันและสร้างมิตรภาพ
  • สภานักเรียน (student council) เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ร่วมกันพูดคุยเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับโรงเรียน และยังสามารถหยิบยกปัญหาอื่นๆ มาพูดคุยได้ด้วย ซึ่งช่วยให้นักเรียนสร้างมิตรภาพต่อกันไปในตัว
  • เราส่งเสริมอย่างมากให้นักเรียนผูกมิตรกับเพื่อนจากทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกเรามักจะแนะนำเพื่อนที่มาจากประเทศเดียวกันหรือใช้ภาษาคล้ายกันให้รู้จักกันก่อน เพื่อให้นักเรียนรู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในอังกฤษ

สวัสดิการด้านวิชาการ (Academic Welfare)

บางครั้งการเรียนอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่หรือสภาพจิตใจของนักเรียนได้ สาเหตุอาจมาจาก:

  • รู้สึกหงุดหงิดที่ไม่เห็นความก้าวหน้า หรือคิดว่าตัวเองไม่พัฒนา
  • รู้สึกว่าคอร์สเรียนยากเกินไป
  • รู้สึกว่าคอร์สเรียนไม่ท้าทายพอ
  • รู้สึกว่าคอร์สเรียนไม่น่าสนใจ
  • รู้สึกว่าคอร์สเรียนไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง

เราสนับสนุนให้นักเรียนคุยกับครูเกี่ยวกับคอร์สได้ตลอดเวลา และครูก็พร้อมเสมอที่จะให้เวลา เมื่อนักเรียนมีข้อกังวล ครูจะส่งต่อข้อมูลให้ Director of Studies (DoS) อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่นักเรียนรู้สึกว่าไม่สะดวกคุยกับครู (เช่น ต้องการพูดถึงปัญหาเกี่ยวกับคาบเรียนของครูคนนั้น) หรืออยากคุยกับทีมบริหารด้านวิชาการโดยตรง ก็มีทางเลือกดังนี้:

  • นักเรียนสามารถคุยแบบไม่เป็นทางการกับ DoS ได้ทุกเวลา และหากเหมาะสม ก็อาจนัดพบอย่างเป็นทางการในภายหลัง
  • นักเรียนสามารถขอนัดพบ DoS อย่างเป็นทางการได้ทุกเมื่อ แบบฟอร์มขอนัดสามารถขอได้ที่แผนกต้อนรับ (Reception)
  • นักเรียนสามารถคุยกับตัวแทนห้องเรียนที่อยู่ในสภานักเรียน ซึ่งจะส่งต่อข้อมูลให้อย่างรวดเร็วถึง DoS หากเรื่องนั้นเร่งด่วน หรือจะนำเรื่องเข้าสู่การประชุมครั้งถัดไปของสภานักเรียน
  • นักเรียนสามารถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สวัสดิการ ซึ่งจะส่งต่อข้อกังวลด้านวิชาการให้ DoS

เราอยากจัดการกับทุกปัญหาให้เร็วที่สุด หรือเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ข้อกังวลหลายเรื่องอาจดูเล็กน้อย แต่เรามองทุกปัญหาอย่างจริงจังเท่าเทียมกันเสมอ DoS จะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สวัสดิการ และในกรณีจำเป็นจะร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้ได้คำตอบที่ดีที่สุด

ที่พักอาศัย

โฮมสเตย์ (Homestay)

สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ นักเรียนของเราต้องมีที่พักที่ปลอดภัยและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะจะช่วยส่งเสริมทั้งด้านสวัสดิการและการเรียน เรามั่นใจว่านักเรียนส่วนใหญ่จะรู้สึกสบายใจและมีความสุขกับโฮมสเตย์และครอบครัวโฮมสเตย์ของตนเอง อย่างไรก็ตาม เราก็เข้าใจดีว่าอาจมีบางกรณีที่ไม่เป็นเช่นนั้น โดยส่วนมาก ปัญหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในสหราชอาณาจักร แต่เราก็ให้ความสำคัญกับทุกปัญหาเท่าเทียมกัน นักเรียนได้รับการสนับสนุนให้พูดคุยกับทีม Admissions ผู้จัดการที่พัก (Accommodation Manager) หรือครูใหญ่ หรืออาจคุยกับเอเจนต์หรือลูกค้าหรือผู้ปกครองที่จากนั้นจะติดต่อเราต่อ เราจะรีบดำเนินการแก้ไขทันที และจะเปลี่ยนโฮมสเตย์ให้หากจำเป็น

หากเหตุการณ์หรือคำร้องเรียนมีความร้ายแรง เรามีขั้นตอนรองรับเพื่อจัดการเรื่องนั้นให้รวดเร็วและยุติธรรมที่สุด

เมื่อมีนักเรียนติดต่อโรงเรียนเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับปัญหาเรื่องโฮมสเตย์ จะมีขั้นตอนดังนี้:

  • สำหรับนักเรียนในโรงเรียนหลัก (main school) ให้แจ้งปัญหากับทีม Admissions ที่แผนกต้อนรับเป็นด่านแรก สำหรับนักเรียนใน Junior school ให้แจ้งกับ Operations Manager โดยตรง หรือผ่าน Group Leader
  • บุคลากรที่รับเรื่องร้องเรียนจะติดต่อผู้จัดการที่พักคนใดคนหนึ่ง เพื่อบันทึกข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการ
  • จากนั้นจะติดต่อครอบครัวโฮมสเตย์เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
  • ผู้จัดการที่พักจะตรวจสอบว่านักเรียนพอใจหรือไม่กับแนวทางแก้ไขหรือการเปลี่ยนแปลงที่เสนอ
  • หากแก้ปัญหากับโฮมสเตย์เดิมไม่ได้ นักเรียนสามารถย้ายไปอยู่โฮมสเตย์ใหม่ได้ ทางโรงเรียนจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงค่าแท็กซี่
  • หลังจากมีการย้ายหรือปรับเปลี่ยน จะมีการตรวจสอบติดตามผลเพื่อให้นักเรียนรู้สึกพอใจกับการจัดการใหม่

เรายังตระหนักด้วยว่า โฮมสเตย์เองก็อาจมีคำร้องเรียนเกี่ยวกับนักเรียนที่พักอยู่ได้เช่นกัน ในกรณีเช่นนี้ จะมีขั้นตอนดังนี้:

  • ครอบครัวโฮมสเตย์ที่ต้องการร้องเรียนหรือรายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับนักเรียนในความดูแล ควรติดต่อผู้จัดการที่พักเป็นขั้นตอนแรก
  • ผู้จัดการที่พักจะบันทึกข้อเท็จจริง และหลังจากหารือกับเจ้าหน้าที่สวัสดิการ จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ และอภิปรายเรื่องนี้กับนักเรียนหรือไม่ ครอบครัวโฮมสเตย์จะได้รับแจ้งผลการตัดสินใจ หากครอบครัวโฮมสเตย์ร้องขอให้นักเรียนย้ายออก เราจะดำเนินการให้อย่างเหมาะสม
  • หากผู้จัดการที่พักและเจ้าหน้าที่สวัสดิการเห็นสมควรพูดคุยเรื่องร้องเรียนหรือเหตุการณ์กับตัวนักเรียน การประชุมจะถูกบันทึกไว้อย่างครบถ้วน นักเรียนสามารถนำตัวแทนมาร่วมประชุมด้วย เพื่อช่วยให้กำลังใจและเป็นพยาน นักเรียนจะได้รับแจ้งว่าพฤติกรรมของตนไม่สอดคล้องกับนโยบายและระเบียบของ Oxford School of English และจะถูกขอให้ชี้แจงพฤติกรรมของตน
  • หากไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างน่าพอใจ Oxford School of English ขอสงวนสิทธิ์ในการยุติการจัดหาโฮมสเตย์ให้กับนักเรียนคนดังกล่าว ในกรณีเช่นนี้ โรงเรียนจะช่วยนักเรียนหาที่พักด้วยตนเอง และจะจัดการที่พักชั่วคราวให้ เพื่อให้นักเรียนไม่ต้องไร้ที่อยู่
  • หากมีการยุติการจัดหาโฮมสเตย์ให้กับนักเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปี เนื่องจากพฤติกรรมของนักเรียนเอง เอเจนต์หรือลูกค้าหรือผู้ปกครองของนักเรียนจะมีหน้าที่จัดหาที่พักทางเลือก โดยโรงเรียนจะช่วยเหลือตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม โรงเรียนจะจัดหาที่พักชั่วคราวให้ก่อน เพื่อไม่ให้นักเรียนเยาวชนต้องไร้ที่อยู่

โฮมสเตย์ทุกหลังของเราจะได้รับการเยี่ยมตรวจตามปกติอย่างน้อยทุกๆ 2 ปี และหากมีคำร้องเรียน จะมีการเข้าไปเยี่ยมตรวจทันที ทีมผู้บริหารของเราจะทำงานร่วมกับทั้งนักเรียนและครอบครัวโฮมสเตย์เพื่อให้บริการที่ดีที่สุด

หอพัก (Residence)

นักเรียนจำนวนหนึ่งเลือกพักในหอพักของวิทยาลัยที่โรงเรียนเป็นผู้จัดหาให้ เรามีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการหอพัก (Oxford Brookes University) มีการติดต่อสื่อสารผ่านอีเมลและโทรศัพท์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาใดๆ หรือหากเกิดปัญหาขึ้นก็จะได้รับการแก้ไขทันที นอกจากนี้ เรายังมีการประชุมกับทีมงานหอพักของ Oxford Brookes University เป็นประจำ และมั่นใจได้ว่าบุคลากรที่รับผิดชอบด้านที่พักจะเข้าไปเยี่ยมตรวจหอพักด้วยตนเอง ระหว่างเดือนกันยายนถึงมิถุนายน จำนวนที่พักแบบหอมีจำกัด ในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมจะมีที่พักเพิ่มขึ้นมาก ในช่วงเวลานั้น บุคลากรของเรา (เช่น ครูหรือเจ้าหน้าที่กิจกรรม) บางส่วนจะอาศัยอยู่ในหอพักในบทบาทผู้ดูแล และทำหน้าที่เป็นจุดติดต่อสำหรับนักเรียนและโรงเรียน พวกเขาคือช่องทางสื่อสารที่สำคัญ และมีส่วนสำคัญในการช่วยให้บรรยากาศในหอพักอบอุ่นและเป็นกันเอง

โดยตลอดเวลา เราจะจัดหาที่พักแบบหอให้เฉพาะนักเรียนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปสำหรับ Main school และ 12 ปีขึ้นไปสำหรับ Junior School เท่านั้น

ปัญหาหรือข้อกังวลร้ายแรง

หากนักเรียนมีปัญหาในเรื่องใดก็ตาม เราสนับสนุนให้เข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สวัสดิการหรือครูใหญ่ บุคลากรทุกคนของ Oxford School of English พร้อมเสมอที่จะให้เวลาเมื่อนักเรียนต้องการคุย เราขอให้บุคลากรทุกคนแสดงความเห็นอกเห็นใจและใส่ใจ และพวกเขาต้องรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้เจ้าหน้าที่สวัสดิการทราบเสมอ หากเจ้าหน้าที่สวัสดิการเห็นว่าควรปรึกษาหน่วยงานอื่น ก็จะมีบริการให้คำแนะนำแบบเป็นความลับสำหรับทั้งบุคลากรและนักเรียน อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ดำเนินการใดๆ โดยไม่ปรึกษาผู้ที่เกี่ยวข้องก่อน (ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นต้องรีบดำเนินการเอง เช่น การรายงานอาชญากรรมหรือการกล่าวหาว่ามีการล่วงละเมิด)

การรายงานและติดตามผลด้านสวัสดิการโดยรวม

การบันทึกปัญหาสำคัญเป็นเรื่องจำเป็น เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจต้องใช้โดยเราเองหรือโดยหน่วยงานอื่น (เช่น ใช้เป็นหลักฐานในคดีแพ่งหรือคดีอาญา หรือคำร้องด้านประกันภัย) อย่างไรก็ตาม ปัญหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล็กน้อยและมักได้รับการแก้ไขทันที จึงไม่จำเป็นต้องบันทึก แต่หากมีข้อกังวลหรือปัญหาร้ายแรง เจ้าหน้าที่สวัสดิการจะเป็นผู้บันทึกและดำเนินมาตรการต่อไป นักเรียนสามารถขอนัดเจ้าหน้าที่สวัสดิการได้ที่แผนกต้อนรับ และจะได้รับแจ้งเกี่ยวกับขั้นตอนนี้ในวันปฐมนิเทศวันแรก เรายังมี “กล่องรับข้อเสนอแนะ” ให้นักเรียนสามารถรายงานข้อกังวลเกี่ยวกับสวัสดิการของนักเรียนได้แบบไม่ระบุตัวตน

สุขภาพและความปลอดภัย (Health and Safety)

ที่ Oxford School of English เราเข้าใจดีว่าด้านสุขภาพและความปลอดภัยของนักเรียนเป็นส่วนสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนที่ปลอดภัย เรามีนโยบาย Health and Safety ที่ครบถ้วนและต้องปฏิบัติตาม

Data Protection Act

ความเป็นส่วนตัวของนักเรียนเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญอย่างมาก เราเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อใช้ลงทะเบียนเข้าเรียนที่โรงเรียน เราตระหนักถึงหน้าที่ในการปกป้องข้อมูลเหล่านี้ และปฏิบัติตามนโยบาย Privacy and Data Protection Act อย่างเคร่งครัด

นโยบายที่เกี่ยวข้อง

Scroll to Top